เลือกสุขภัณฑ์และวัสดุห้องน้ำให้ทนชื้น
- 2 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที
พอเข้าฤดูฝน หลายบ้านเจอปัญหาเดิมซ้ำทุกปี พื้นกระเบื้องลื่นกว่าปกติ และความชื้นก็ทำให้ทุกซอกมุมดูเหมือนจะแห้งช้า
ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องความสะอาดเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการเลือกวัสดุและสุขภัณฑ์ตั้งแต่ต้น หากเลือกถูกประเภท ห้องน้ำของคุณจะรับมือกับฤดูฝนได้สบาย ๆ โดยไม่ต้องคอยตามแก้ปัญหาทุกเดือน
ทำไมต้องดูแลห้องน้ำเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน
ความชื้นที่สูงขึ้นในฤดูฝนทำให้พื้นผิวต่าง ๆ แห้งช้ากว่าปกติมาก น้ำที่ค้างตามรอยต่อกระเบื้อง ขอบสุขภัณฑ์ หรือซิลิโคนกันรั่ว จึงกลายเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียและเชื้อราได้ง่าย ยิ่งถ้าห้องน้ำระบายอากาศไม่ดี ความชื้นจะวนอยู่ในพื้นที่ปิดต่อเนื่อง ทำให้กลิ่นอับสะสมเร็วกว่าช่วงอื่นของปี การแก้ปัญหาที่ตรงจุดจึงต้องดูสามองค์ประกอบไปพร้อมกัน คือผิวสุขภัณฑ์ที่ลดกันสะสมของแบคทีเรีย ระบบระบายอากาศที่ทำงานได้จริง และวัสดุพื้นที่ทนความชื้นพร้อมกันลื่นในตัว

เคลือบป้องกันแบคทีเรียบนสุขภัณฑ์ ตัวช่วยที่มองไม่เห็นแต่สำคัญมาก
หนึ่งในเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหากลิ่นอับได้ตั้งแต่ต้นทาง คือการเคลือบผิวแบบพิเศษบนตัวสุขภัณฑ์ ตัวอย่างที่รู้จักกันดีคือเคลือบ CEFIONTECT ของ TOTO เป็นการเคลือบเซรามิกระดับนาโนที่อบติดไปกับเนื้อกระเบื้องตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต ทำให้พื้นผิวเรียบเนียนกว่าสุขภัณฑ์ทั่วไป จนแบคทีเรียและเชื้อราเกาะได้ยาก เมื่อผิวเรียบในระดับ micro คราบสกปรกและความชื้นก็จะไม่มีร่องให้แทรกซึมและสะสมเป็นกลิ่นอับ

ฝั่ง Villeroy & Boch มีเทคโนโลยีในแนวทางเดียวกัน คือเคลือบ AntiBac ที่ฝัง silver ion ลงไปในเนื้อเคลือบตั้งแต่ขั้นตอนเผาเซรามิก ไม่ใช่การพ่นเคลือบทับผิวภายหลัง ทำให้ยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียได้กว่า 99.9% และคงประสิทธิภาพไว้ตลอดอายุการใช้งานของสุขภัณฑ์ การเลือกโถสุขภัณฑ์ที่มีเคลือบลักษณะนี้จึงช่วยลดความถี่ในการขัดล้างหนัก ๆ และลดโอกาสเกิดกลิ่นอับสะสมในช่วงที่อากาศชื้นจัด
ระบบระบายอากาศ หัวใจที่หลายบ้านมองข้าม
ต่อให้สุขภัณฑ์ดีแค่ไหน ถ้าห้องน้ำไม่มีทางระบายอากาศที่ชื้นออกไป ความชื้นก็จะสะสมอยู่ดี สิ่งที่ควรมีอย่างน้อยคือพัดลมระบายอากาศที่มีกำลังดูดเหมาะกับขนาดห้อง และเดินท่อให้ระบายออกสู่ภายนอกอาคารจริง ไม่ใช่แค่หมุนวนอยู่ในฝ้าเพดาน หากห้องน้ำมีหน้าต่างหรือช่องแสง ควรเปิดให้อากาศหมุนเวียนหลังอาบน้ำทุกครั้ง แม้เพียงไม่กี่นาทีก็จะช่วยได้มาก ส่วนห้องน้ำที่ไม่มีหน้าต่างเลย การติดเครื่องดูดความชื้นขนาดเล็กหรือพัดลมแบบมีเซนเซอร์ความชื้นที่ทำงานอัตโนมัติเมื่อค่าความชื้นสูงเกินกำหนด จะช่วยตัดปัญหากลิ่นอับได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
วัสดุพื้นกันลื่น เรื่องความปลอดภัยที่ต้องมาคู่กับความทนชื้น
ฤดูฝนคือช่วงที่พื้นห้องน้ำเปียกง่ายและแห้งช้ากว่าปกติ การเลือกกระเบื้องที่มีมาตรฐานกันลื่นสำหรับพื้นที่เปียก หรือที่มักเรียกกันว่า R-rating จึงสำคัญไม่น้อยไปกว่าความสวยงาม ค่านี้บอกง่าย ๆ ว่ากระเบื้องนั้นเกาะพื้นได้ดีแค่ไหนเมื่อโดนน้ำ ยิ่งค่าสูง ยิ่งลื่นน้อย กระเบื้องผิวมีลายเล็กละเอียดหรือผิวกึ่งหยาบมักเกาะพื้นได้ดีกว่าผิวเรียบมันวาวเมื่อโดนน้ำ นอกจากตัวกระเบื้องแล้ว ยาแนวที่ใช้ก็ควรเป็นชนิดกันน้ำและทนเชื้อราโดยเฉพาะ เพราะร่องยาแนวคือจุดที่ความชื้นสะสมและกลายเป็นกลิ่นอับได้ง่ายที่สุดจุดหนึ่งในห้องน้ำทุกบ้าน
Crystal Home Tip:
ก่อนเปลี่ยนสุขภัณฑ์หรือวัสดุพื้นใหม่ ลองสำรวจจุดที่อับชื้นที่สุดในห้องน้ำปัจจุบันก่อน เช่น มุมที่แสงแดดส่องไม่ถึง หรือบริเวณที่พัดลมดูดได้ไม่ทั่วถึง แล้วเริ่มแก้จากจุดนั้นเป็นอันดับแรก จะช่วยให้การเลือกสุขภัณฑ์และวัสดุใหม่ตอบโจทย์ได้ตรงจุดกว่าการเปลี่ยนทั้งห้องโดยไม่มีทิศทาง
บทสรุป
ฤดูฝนปีนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นฤดูแห่งกลิ่นอับและพื้นลื่นอีกต่อไป เพียงเริ่มแก้จากต้นเหตุทั้งสามจุดไปพร้อมกัน และหากคุณกำลังมองหาสุขภัณฑ์หรือกระเบื้องที่เหมาะกับสภาพอากาศประเทศไทย ทีม Crystal Home พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อเลือกรุ่นที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ติดต่อสอบถามได้ทาง LINE @crystalhomebkk หรือเข้ามาดูสินค้าจริงที่โชว์รูม
คำถามที่พบบ่อย
เคลือบป้องกันแบคทีเรียช่วยลดกลิ่นอับได้จริงไหม ?
ช่วยได้มาก เพราะเป็นการลดการสะสมแบคทีเรียบนผิวสุขภัณฑ์ แต่ยังต้องอาศัยการระบายอากาศที่ดีร่วมด้วย เพราะกลิ่นอับส่วนหนึ่งเกิดจากความชื้นในอากาศ ไม่ใช่จากผิวสุขภัณฑ์เพียงอย่างเดียว
ห้องน้ำที่ไม่มีหน้าต่างจำเป็นต้องมีพัดลมระบายอากาศไหม ?
จำเป็นมาก เพราะเป็นทางออกเดียวที่จะดึงความชื้นออกจากห้องได้จริง ควรเลือกรุ่นที่มีกำลังดูดเหมาะกับขนาดห้องและเดินท่อระบายออกนอกอาคารจริง
กระเบื้องกันลื่นกับกระเบื้องผิวมันต่างกันแค่ความสวยงามหรือไม่ ?
ต่างกันที่การเกาะพื้นเวลาเปียกน้ำเป็นหลัก กระเบื้องผิวมันวาวมักลื่นง่ายกว่าเมื่อโดนน้ำ จึงเหมาะกับพื้นที่แห้งมากกว่าในห้องน้ำ



